การออกกำลังกายไอโซคิเนติกคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร ทำไมใครๆก็ฮิต ? 

การออกกำลังกายไอโซคิเนติกคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร ทำไมใครๆก็ฮิต ?  1
การออกกำลังกายไอโซคิเนติกคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร ทำไมใครๆก็ฮิต ?  2

กำลังเป็นที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบันสำหรับการออกกำลังกายแบบไอโซคิเนติก ซึ่งเป็นการฝึกความแข็งแรงประเภทหนึ่ง ที่ใช้ความเร็วของการเคลื่อนไหวทำให้ร่างกายยังคง และใช้ความต้านของแต่ละบุคคลที่แตกต่างกันออกไปในการออกกำลัง ในครั้งนี้เราจะมาพูดถึง การออกกำลังกายไอโซคิเนติกคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร ทำไมใครๆก็ฮิต ? เพราะเราเชื่อว่าจะต้องเป็นประโยชน์สำหรับท่านผู้อ่านที่กำลังมองหาวิธีการออกกำลังกายในรูปแบบใหม่และสำหรับคนที่ต้องการทราบถึงการออกกำลังกายชนิดนี้ต้องไม่ควรพลาด เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะพาคุณไปพบกับสิ่งที่น่าสนใจและมีประโยชน์กันดังต่อไปนี้ 

นิยามการออกกำลังกายไอโซคิเนติก

นิยามการออกกำลังกายไอโซคิเนติก

วิธีการออกกำลังกายแบบไอโซคิเนติกเป็นรูปแบบการฝึกความต้านทาน ช่วยให้กล้ามเนื้อเป้าหมายทำงานได้เต็มกำลังในขณะยังคงรักษาความเร็วให้คงที่ ผู้คนมักจะต้องใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์พิเศษต่างๆเพื่อทำการฝึกเหล่านี้ เครื่องออกกำลังกายจะช่วยแยกการบริหารกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆรวมไปถึงช่วยเสริมสร้างและควบคุมการเคลื่อนไหวให้มีแรงต้านได้มากยิ่งขึ้น  และเมื่อเราใช้กล้ามเนื้อในการออกกำลังกับแรงต้านแล้วกล้ามเนื้อของเราจะชัดเจนได้ยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อหรือสร้างหุ่นสวย โดยส่วนใหญ่แล้วคนรักกล้ามมักจะทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดเกร็ง เพื่อนำไปสู่การควบคุมรูปทรงของกล้ามเนื้อได้ ซึ่งวิธีการออกกำลังกายแบบไอโซคิเนติกนี้เป็นโปรแกรมที่สามารถช่วยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บจากการเจ็บป่วยได้อีกด้วย

แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดจะตั้งค่าเครื่องให้มีความเร็ว ในช่วงของการเคลื่อนไหว และจัดระดับความต้านทานที่เหมาะสม รวมไปถึงเรื่องของความเร็วที่ตั้งไว้นี้ช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัวและสั้นลงในอัตราคงที่ ซึ่งส่งผลให้เกิดการเคลื่อนไหวที่เรียกว่าการหดตัวของไอโซคิเนติก

ประโยชน์ของการออกกำลังกายไอโซคิเนติก

นักกายภาพบำบัดมักใช้การออกกำลังกายแบบไอโซคิเนติก เนื่องจากเป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อบางส่วนในผู้ที่ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ

ประโยชน์บางประการ ของการออกกำลังกายประเภทนี้ มีมากมายหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ข้อดีในเรื่องของการสัมผัสกับการต่อต้านได้ตลอดช่วงการเคลื่อนไหวทั้งหมดของข้อต่อ เนื่องจากความต้านและความเร็วที่ควบคุมได้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ การออกกำลังกายประเภทนี้อาจเป็นรูปแบบการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อได้ดีกว่าแบบอื่นๆ จากผลการศึกษาที่เชื่อถือได้ในปี 2017 การออกกำลังกายแบบไอโซคิเนติกนี้ มีประสิทธิภาพในการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการทำงานมากกว่าการออกกำลังกายแบบมีมิติเท่ากันและแบบไอโซโทนิก 

นอกจากนี้ นักกายภาพบำบัดสามารถปรับเปลี่ยนการออกกำลังกายไอโซคิเนติกให้เหมาะกับผู้ที่มีความสามารถต่างกันได้ การฝึกประเภทนี้จึงมีความน่าสนใจในวงกว้าง อีกทั้งยังได้มีการศึกษาในปี 2020 ที่แสดงให้เห็นว่าในนักกีฬาที่มีอาการปวดหลังส่วนล่าง มีประสิทธิภาพมากกว่าการออกกำลังกายเพื่อการฟื้นฟูแบบมาตรฐาน

การวิจัยยังแสดงให้เห็นได้ว่าโปรแกรมไอโซคิเนติก 12 สัปดาห์ สามารถเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและความสมดุลในเด็กที่มีอาการดาวน์ได้ อีกทั้งการออกกำลังกายแบบไอโซคิเนติกมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บและเจ็บป่วยต่างๆ เนื่องจากสามารถปรับให้เหมาะกับคนทุกระดับความสามารถเช่น ผู้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม ผู้ที่รูปร่างใหญ่เกินไป หรือเป็นโรคอ้วนรวมถึงผู้ที่มีอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ

Isometric vs. isotonic vs. isokinetic exercises คืออะไร? 

Isometric vs. isotonic vs. isokinetic exercises คืออะไร? 

โดยส่วนใหญ่แล้วผู้คนมักใช้คำว่า isometric, isotonic และ isokinetic เมื่อพูดถึงการฟื้นฟูกล้ามเนื้อ เนื่องจากแต่ละท่าสำหรับฝึกฝนนั้นมีประโยชน์ที่แตกต่างกัน เนื่องจากแผนการฝึกส่วนใหญ่ประกอบด้วยสามอย่างรวมกัน

ในการออกกำลังกายแบบมีมิติเท่ากัน กล้ามเนื้อจะไม่สั้นลงหรือยาวขึ้น พวกเขาทำงานโดยไม่งอข้อต่อ กล้ามเนื้อจะทำงานเพื่อรักษาตำแหน่งที่อาจต้องใช้กำลัง ตัวอย่างเช่น การยกร่างกายในท่าแพลงก์เป็นการออกกำลังกายแบบมีมิติเท่ากัน

ไอโซโทนิก คือ การออกกำลังกายแบบไอโซโทนิกโดยการออกกำลังกายที่สร้างความตึงเครียดให้กับกล้ามเนื้อในขณะที่เคลื่อนไหวอย่างเต็มที่ และใช้กำลังจากภายในของแต่ละบุคคลต่อสู้กับแรงต้านต่างๆยกตัวอย่างง่ายๆเช่นวิธีการ Squats ของการออกกำลังกายแบบไอโซโทนิก ขณะทำหมอบ สะโพกและเข่าจะขยับตามน้ำหนักตัว โดยให้แรงต้านยังอยู่คงที่โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ข้อดีข้อเสียของแต่ละคน

มีข้อดีหลากหลายประการสำหรับการออกกำลังเหล่านี้ และเคล็ดลับต่อไปจะจดจำความความแตกต่างระหว่างการออกกำลังกายทั้งสามประเภทนี้ได้แบบง่ายๆก็คือ 

Isokinetic จะเกี่ยวข้องกับความเร็วเท่ากัน มีมิติเท่ากันเกี่ยวข้องกับความยาวเท่ากัน 

Isotonic จะเกี่ยวข้องกับความตึงเครียดเดียวกัน การออกกำลังกายแต่ละประเภทจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ  

สำหรับการออกกำลังกายประเภทต่างๆ อาจใช้ได้ผลดีกว่าสำหรับคนที่มีความสามารถและเป้าหมายต่างกัน มีการศึกษาน้อยมากที่ได้สำรวจถึงความแตกต่างในประสิทธิภาพของการเคลื่อนไหวทั้งสามประเภทนี้

จากการศึกษาชิ้นเล็กๆ ในปี 2017 ซึ่งได้มีการรวมถึงผู้ชาย 30 คน ระบุว่าพวกเขาไม่ได้ประโยชน์เท่ากันในการบรรลุเป้าหมายเดียวกัน  โดยเปรียบเทียบผลกระทบของการออกกำลังกายแต่ละประเภทที่มีต่อกล้ามเนื้อควอดริเซ็ปส์ ซึ่งอยู่ที่ด้านหน้าของต้นขา และประสิทธิภาพการทำงาน

นักวิจัยสรุปว่าการออกกำลังกายแบบไอโซคิเนติกช่วยเพิ่มความแข็งแรงของไอโซคิเนติกได้ดีที่สุด ในขณะที่การออกกำลังกายแบบไอโซโทนิกจะดีกว่าสำหรับการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน และการทดสอบไอโซเมตริกกับไอโซโทนิกกลับพบว่าการเพิ่มกำลังไม่มีความแตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องมีการศึกษาขนาดใหญ่ที่มีผู้เข้าร่วมที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อทำให้การตรวจสอบข้อดีของการออกกำลังกายประเภทนี้อาจมีได้มากขึ้น หรือมีผลกระทบอย่างไรบ้าง ต้องติดตามงาวิจัยอื่นๆเพิ่มเติมอีกเช่นกัน

การออกกำลังกายประเภทนี้มีความเสี่ยงบ้างหรือไม่ ? 

ประโยชน์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของการออกกำลังกายแบบไอโซคิเนติกคือ การขาดความเสี่ยงอย่างเห็นได้ชัด มีความเสี่ยงในการบาดเจ็บต่ำมาก ทำให้ดีสำหรับผู้ที่ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บที่มีอยู่

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนสรุปของเรื่องราวจากการศึกษาช่วงปี 2013 ที่มีอายุมากกว่า ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับผู้ที่มีส่วนร่วมในการออกกำลังกายที่ต้องใช้ความอดทนอย่างหนัก โดยใช้เครื่องไอโซคิเนติกซึ่งฃพวกเขาได้แนะนำว่า ผู้ปฏิบัติควรมีหัวใจที่แข็งแรง เพื่อหลีกเลี่ยงอาการหัวใจวายที่อาจเกิดขึ้นสำหรับผู้ที่มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคหลอดเลือดและโรคหัวใจได้ เนื่องจากการออกกำลังกายทำให้เกิดความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน อีกทั้งพวกเขายังได้มีการตั้งข้อสงสัยอีกว่า การออกกำลังกายประเภทนี้มีความปลอดภัยสำหรับผู้ที่มีสุขภาพดีเป็นเดือนอยู่แล้วมากกว่าผู้ที่มีโรคประจำตัว อย่างเช่นโรคหัวใจ 

และสิ่งสำคัญคือต้องสังเกตว่าการออกกำลังกายที่ต้องใช้กำลังมากทุกรูปแบบนั้น อาจเป็นอันตรายต่อผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจได้ ดังนั้นหากคุณมีอาการที่ได้กล่าวมานี้ควรเข้าปรึกษาแพทย์แพทย์ก่อนเริ่มแผนการออกกำลังกายใหม่ หรือหากคุณกำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูจากการบาดเจ็บจากความเจ็บป่วย ก็ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัดอย่างเคร่งครัดทั้งนี้เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและกล้ามเนื้อที่แข็งแรงของตัวคุณเอง

ได้พาคุณรู้จักกับเรื่องราวของ  การออกกำลังกายไอโซคิเนติกคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร ทำไมใครๆก็ฮิต ? กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามพวกเราทีมงานหวังอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านที่กำลังต้องการทราบถึงข้อดีข้อเสีย และวิธีการออกกำลังกายในรูปแบบไอโซคิเนติกกันอยู่ และหากบทความนี้มีประโยชน์ก็สามารถส่งต่อให้กับเพื่อนๆหรือคนที่คุณรักด้วยก็ได้นะคะ ในวันนี้พวกเราทีมงานต้องขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามเรื่องราวดีๆที่เกี่ยวกับการลดน้ำหนักจากพวกเราที่นี่อย่างเสมอมา และหากมีสิ่งใดผิดพลาดจากการนำเสนอก็ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้า ณ ที่นี้ แล้วกลับมาพบกับพวกเราได้ไหมในบทความครั้งต่อไปนะคะสำหรับวันนี้ขอให้คุณโชคดีและมีความสุขมากๆในทุกๆวันค่ะ 

www.medicalnewstoday.com สล็อตออนไลน์

บทความล่าสุด

หมวดหมู่

TAG